ดูดวง

posted on 16 May 2012 02:20 by sassygirl  directory Diary, Idea
มีใครเคยไปดูดวงบ้างคะ ?

ดูดวงแบบจริงๆจังๆ เสียเงินประมาณนึงเพื่อไปให้ใครที่ไหนไม่รู้ที่คนเรียกว่า "หมอดู" มาพากษ์ชีวิตเราเป็นฉากๆ ไม่ว่าจะในอนาคต อดีต หรือปัจจุบัน ทำยังกับคลานตามมากับกู 

ซึ่งก็ตามแต่ละคนกันไป ว่าจะเชื่อคำที่หมอดูบอกมากแค่ไหนกัน

บางคนก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ เอะอะอะไรก็ต้องทำตามที่หมอดูบอกหมด หมอดูบอกห้ามทำแบบนี้ ก็ต้องไม่ทำแบบหัวเด็ดตีนขาด แบบว่ายังไงก็ตาม แค่ปลายพุงห้อยๆก็ยื่นล้ำเส้นไม่ได้จริงๆ
หรือให้ทำแบบนั้น ก็ต้องรีบบึ่งไปทำทันที เหมือนหนีซึนามิความเร็วสูง 

ซึ่งเอาจริงๆ  พ่อแม่บอกบอกเนี่ย ยังไม่เคยกระตือรือร้นเชื่อขนาดนี้เลยนะ 

แต่หมอดูนี่เป็นใคร ???  ถึงมีอิทธิพลต่อชีวิตเราได้ขนาดนี้เนี่ย ???

ในสังคมไทยการดูดวงไม่ใช่เรื่องแปลก เราจะเห็นการดูดวงแทรกซึมอยู่ทุกอณูของประเทศนี้

นิตยสารเกือบทุกเล่มต้องมีคอลัมน์ดูดวง

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับก็มีคอลัมน์ดูดวง 

อินเตอร์เน็ต ก็มีเว็บดูดวง 

ในเฟซบุคก็ยังมีให้กดดูดวง

แม้แต่ในไอโฟน ยังมีแอพดูดวงให้โหลดกันเลย....

เรียกว่าอยากรู้อนาคตเมื่อไหร่ก็แค่ถูไอโฟนเท่านั้น........


เรื่องแบบนี้ ถ้ามองตามหลักวิทยาศาสตร์ มันคือเรื่องของหลักสถิติที่มีมาแต่โบราณ 

มนุษย์เราถึงจะมีเป็นหมื่นแสนล้านคน แต่ในตัวของแต่ละคน ก็ต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เหมือนกับอีกคนหนึ่ง 
ตัวอย่างง่ายๆก็เช่น รสนิยมการฟังเพลง การดูหนังของคน 

พวกเพลงแมสๆ หนังแมสๆ ก็เป็นที่นิยมของคนหมู่มากเสมอๆ

แล้วคนสร้างหนัง คนเขียนเพลงเค้ารู้ได้อย่างไร ว่าทำแบบไหนถึงจะออกมาถูกใจคน ? 

ก็มาจากสถิติและการเก็บข้อมูลนั่นเอง 


แต่ที่น่าสนใจคือ คนเป็นแสนเป็นล้านคน ทำไมถึงมีจุดร่วมใหญ่ๆที่เหมือนกัน ทั้งๆที่แต่ละคน ก็ถูกเลี้ยงดูมาคนละแบบ ถูกปลูกฝังกันมาคนละเรื่อง เติบโตมาในที่ต่างวัฒนธรรม

แต่ก็มีความชอบคล้ายๆกัน 


ซึ่งในเรื่องนี้ เราว่าธรรมชาติจงใจที่จะไม่ใช้ความครีเอทีฟให้สูงมากเกินไป จนคนแต่ละคนไม่มีจุดร่วมที่เหมือนกันไม่งั้นคนเราจะอยู่ด้วยกันในโลกนี้ได้อย่างไร ถ้าต่างคนต่างก็ไม่มีอะไรเหมือนกับอีกคนเลย 


เรื่องดวงก็เหมือนกัน เราว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่อะไรบางอย่าง จะสามารถครีเอทชะตาชีวิตของคนแสนล้านคนบนโลกให้ต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้

มันต้องมีจุดร่วมกัน ไม่จุดใดก็จุดหนึ่ง เหมือนรสนิยมของคนชอบดูหนัง ชอบฟังเพลงนั่นแหละ

และจุดร่วมที่ว่านี้นี่แหละ ที่มนุษย์ที่มีชื่อว่านักโหราศาสตร์ หรือหมอดู หรือนักพยากรณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่
ค้นพบมัน และก่อร่างสร้างสถิติที่น่าพิศวงที่ชื่อว่าการดูดวงขึ้นมา 


ถ้ามองในแง่มุมนี้ มันก็จะเป็นเรื่องที่อธิบายได้ว่า ทำไมบางทีอ่านดวงแล้ว สำหรับชั้นมันไม่เห็นแม่นเลย แต่สำหรับอีกคน โหหห มันแม่นมากกกก อะไรแบบนั้น

ก็เพราะว่าคำทำนายที่ออกมา มันก็คือค่าเฉลี่ยของสถิตินั่นเอง

ตัวคุณเองอาจไม่ได้อยู่ที่มีนก็ได้ อาจจะอยู่เกินมีน มันก็เลยไม่แม่น หรืออาจจะตกมีน ก็ทำให้มันไม่แม่นอีกเช่นกัน


แน่นอนว่าถ้ามองในแง่ของวิทยาศาสตร์ การดูดวงดูจะไม่ใช่สิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด
แต่เป็นเรื่องของสถิติ ที่เราสามารถศึกษากันได้

ซึ่งเราคิดว่ามันก็เป็นเรื่องจริงพอสมควรเลย ที่ว่าเราสามารถศึกษาการดูดวงกันได้ ไม่จำกัดว่า จะต้องเป็นคนที่มีญาณวิเศษ หรือพลังเหนือธรรมชาติเท่านั้น 


ซึ่งถ้าหากมาพูดในเรื่องของคนที่มีเซ้นส์ หรืออะไรทำนองนี้ เราไม่ปฏิเสธว่าเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็น ในทางกลับกันเราก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นเช่นกัน

เพราะอย่างที่รู้ๆ รายการโทรทัศน์หลายรายการก็ออกข่าวหมอดูดังๆคนนั้น คนนี้มามากมาย ซึ่งบางคนก็ทำให้เรารู้สึกทึ่งมาก ว่ารู้ได้ยังไง  

ในขณะที่บางคนก็ทำให้เรารู้สึกว่า แม่งมั่วชัว แบบนี้กุก็ทำนายได้ แสด 

ก็เพราะเรื่องแบบนี้เราพิสูจน์ไม่ได้ แม้ในทางสถิติก็ตาม เราไม่สามารถจับหมอดูคนนั้นมาแล้วพิสูจน์นู่นนี่นั่น โดยที่เค้าไม่ได้อนุญาต  หรือถ้าจะพิสูจน์จริงๆ เราจะพิสูจน์อะไรกับสิ่งที่มองไม่เห็น และจับต้องไม่ได้กัน


ในความคิดของเราศาสตร์การดูดวงเป็นศาสตร์ที่ค่อนข้างแปลก และต้องยอมรับว่าบางครั้งมันก็ไม่ถูกต้องเสมอไป เป็นสิ่งที่คลุมเครือ และยากที่จะตัดสินใจ

แต่ธุรกิจการดูดวงก็ยังคงเฟื่องฟู ทั้งๆที่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ยาก จับต้องได้ยาก จนคล้ายกับว่ามันเข้าไปอยู่ในอาณาเขตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์โบร่ำโบราณ

ทั้งๆที่โลกเริ่มก้าวสู่ยุคคอมพิวเตอร์มากขึ้น ยุคที่อะไรๆก็ต้องให้วิทยาศาสตร์อธิบาย


แต่คนก็ยังเดินถอยหลังกลับไปดูดวงกัน ?   


เพราะอะไร?


เราคิดว่ามนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์ที่อ่อนแอ  ทั้งกาย และใจ   โดยเฉพาะจิตใจ  เป็นสิ่งที่อ่อนแอมากที่สุด

ในยามที่เราอ่อนแอ เราต้องการอะไรสักอย่าง เพื่อมาพึ่งพิง เป็นที่พักให้หัวใจที่อ่อนล้าได้มีที่ยึดเหนี่ยว  

ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ต้องการวิทยาศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์อธิบายได้แต่ความจริง ข้อเท็จจริง วิทยาศาสตร์เป็นเหมือนอะไรที่ตรงๆ แข็งๆ ไม่สามารถปลอบโยนเราได้

สิ่งที่สามารถปลอบโยนเราได้ เห็นจะหนีไม่พ้นอะไรที่มันคลุมเครือ เพราะอย่างน้อย สิ่งที่เรามองเห็นไม่ชัด เรายังสามารถจินตนาการรูปร่างของมันตามที่ใจเราต้องการได้

แต่สิ่งที่เห็นชัดๆแล้ว ต่อให้จินตนาการมากแค่ไหน มันก็หนีไม่พ้นรูปร่างที่มันเป็นอยู่ดี


ในโลกที่วุ่นวายวกวน ต้องเจอผู้คนมากมายหลายพัน เผชิญกับเรื่องราวสารพันปัญหาร้อยแปด  คนเราก็อยากที่จะมองหาทางออกที่ฉาบไปด้วยความฝัน ที่เต็มไปด้วยหมอกควันดูบ้าง

โดยการเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่อยู่ไกลตัว มองไม่เห็น มากกว่าที่จะสัมผัสสิ่งที่อยู่ใกล้ๆตัว และอยู่กับความเป็นจริง 


ด้วยเหตุนี้เอง

คนเราจึงมักจะพึ่งหมอดู เพื่อความสบายใจของตัวเอง

เพราะอย่างน้อย หากมันไม่ดี เราก็มีสิทธิเลือกที่จะเชื่อได้ว่า ก็เป็นเพราะฟ้าดินเค้าลิขิตให้เราเป็นแบบนี้ จะทำยังไงได้  มันไม่ได้เกิดจากตัวเราเองสักหน่อย มันเป็นเพราะฟ้าดินกำหนด เพราะดวงไม่ดี ไม่มีโชคมากกว่า :)

-----------------------------------------------------------------------------------


หึ  ทำเป็นเขียนนั่นเขียนนี่ดูมีหลักการ 

ความจริงเราก็เป็นมนุษย์อ่อนแอที่ต้องพึ่งดวงเหมือนกันแหละ 5555555555555  

เพราะคนเราต่างก็มีเรื่องซักเรื่องนึงที่แบบ มันต้านไม่ได้จริงๆ มันบังคับไม่ได้จริงๆ  และมัน Attack หัวใจให้ค่า HP ลดลงมาก 5555555555555

เราก็เหมือนคนส่วนใหญ่นั่นแหละ ที่ถูกโจมตีในเรื่องเลิฟเลิฟ  55555  พูดละก็เขินนน 

คือเรื่องนี้มันแบบ มันเป็นอะไรที่นอกเหนือการควบคุมของเราจริงๆอะ ถูกปะ 

เราไม่สามารถบังคับให้เค้ามาชอบเรา

เราไม่สามารถบังคับให้เค้าไม่ชอบเรา 

เราไม่สามารถควบคุมจิตใจของอีกคนนึงได้ และเราก็ไม่สามารถล่วงรู้จิตใจของอีกคนนึงได้เช่นกัน

ดังนั้นมันจึงเป็นอะไรที่แบบ เคว้งๆ ดูไม่มีหลักมีแหล่ง 

คนที่รักเค้าข้างเดียว ก็เคว้ง ทำยังไงเค้าจะชอบเรา เอ๊ะ วันนี้เค้าอย่างงั้นอย่างงี้ เค้ามีใจให้เรารึเปล่า เค้าให้ความหวังเรารึเปล่า อ้าว เค้าอัพสเตตัสเฟสบุคแบบนี้ หมายความว่าไง  อ้าววว ทำไมเค้ายิ้มให้เราแบบนั้นล่ะ  วันนี้ชั้นเห็นเค้าเดินกับอีกคน เค้า................. 

ส่วนคนที่มีคู่แล้วก็ใช่ว่าจะสงบราบเรียบ เดี๋ยว อ่ะ ทำไมเค้าไม่โทรมาล่ะ เอ๊ะวันนี้กลับดึก ไปไหนเนี่ยไม่เห็นบอก ไหนบอกยุ่งแต่เห็นไปกินข้าวกับเพื่อน ทำไมผิดนัดตลอด อะไรรร คบกันใหม่ๆไม่เห็นเป็นแบบนี้ นี่เบอร์ใครที่ไหนโทรมาเนี่ย ทำไมถึงไม่สนใจกันเลย ทำไม................

เห็นมะ ว่าหัวใจมันแกว่งตลอดเวลา  มันอยู่นิ่งๆไม่ได้เลย  การดูดวงมันก็เลยเหมือนอะไรที่แบบ เป็นเส้นด้ายบางๆที่พอจะให้เราเกาะไว้ ไม่ให้ใจมันแกว่งมากเกินไป  

มันเป็นอะไรที่แบบ เออ ถึงจะไม่ได้บอกว่ามันจริงร้อยเปอร์เซ็น แต่อย่างน้อยเชื่อแล้วมันสบายใจ ได้มีหวังว่าแบบ ถึงตัวเองจะทำไม่สำเร็จแต่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้อ้อนวอนต่อ อะไรแบบนั้น

ซึ่งมันอาจจะสำเร็จ หรือไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยในช่วงที่มันคลุมเครือ มันก็เป็นช่วงเวลาที่ให้เราจัดการกับหัวใจไม่ใช่เหรอ

แทนที่จะเจ็บมากในตอนแรก แต่ในช่วงเวลาที่เราบนบานศาลกล่าวขอพรรอความหวังอะไรเนี่ย เรารู้ว่าทุกคนก็ต้องเตรียมใจเอาไว้เหมือนกัน

บางทีมันก็เหมือนกับจ่ายเงินเพื่อยืดเวลาทำใจให้นานขึ้นเท่านั้น 
 
ทั้งนี้มันก็เป็นเรื่องของแต่ละคน

ซึ่งเราเอง เราก็ยอมรับว่าไปดูดวงมีส่วนช่วยให้เราแบบ หายแซ้ดได้เร็วขึ้นจริงๆนะ 555555

คือบางทีเราก็รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ แต่ก็อย่างว่าแหละ มนุษย์เป็นสัตว์ที่อ่อนแอ ต้องพึ่งพาสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เสมอ 

ก็นั่นล่ะนะ 

ที่มาเขียนนี่ก็ไม่ได้อะไร แค่วันนี้ไปท่าพระจันทร์ แล้วเจอร้านดูดวงเป้นสิบแค่นั้นเอง 55555555