พินสะดุ่ย View my profile

มิลานรอบสอง

posted on 04 Jan 2013 14:24 by sassygirl in Traveling directory Travel
ไม่ได้อัพบลอคท่องเที่ยวซะนาน ที่จริงไปกรีซตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว (2011) เรายังไม่ได้มาอัพรูปเลย สารภาพว่าลืมไปแล้วไปไหนมาบ้าง 5555555555

เอาไว้เดี๋ยวค่อยอัพละกันนะ

มามิลานนี่ก็ยังไม่มีรูปมาอัพ (ประจำเลย) เพราะรูปอยู่ในเมมกล้อง ซึ่งแบบไม่มีที่ต่อเมม ต้องรอที่ต่อเมมก่อนมีแต่รูปจาก Instagram เหอะๆๆๆ.......

จริงๆก็ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมากเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะเราก็มามิลานเป็นหนที่สองละ ก็เลยไม่ได้ตื่นเต้นมากเหมือนตอนมาครั้งแรก ครั้งแรกที่ถ่ายดะเลย ถังขยะยังถ่าย.... ฮ่าๆๆๆ....

เป็นทริปมิลานสั้นๆในช่วงปีใหม่ จะเรียกได้ว่าเป็นทริปปลอบใจที่ปีที่แล้วไม่ได้ไปเมืองนอกเลยก็ได้มั้ง เฟลมากจริงๆ เค้าบอกปีที่แล้วดวงเราพระราหูเข้า เลยซวยชิบหายทั้งปี แต่ซวยจริงๆนะบอกเลย

เริ่มจากช่วงปีใหม่ของปี 2012 ตอนแรกเราจะไปเกาหลีกะอา แต่แม่บอกว่าไม่เอา ไม่ต้องไปให้กลับนครพนมไปเยี่ยมญาติที่บ้านแม่แทน เพราะไม่ได้กลับมานานหลายปีมากแล้ว ใจเราแบบ เกาหลีของกรูวววววววววว

กรูวไม่อยากไปปปปปปปป แต่ก็โดนบังคับไปอยู่ดี สุดท้ายก็เลยจำใจไปแบบไม่เต็มใจมากๆ ปรากฏว่าด้วยความที่แม่ซื้อของฝากไปให้ญาติที่นครพนมเยอะมาก แบบเยอะจริงๆ แล้วก็ไปรถทัวร์กัน ซึ่งวันที่ไปมันเป็นวันที่คนกลับต่างจังหวัดเยอะมาก ก็แล้วไง ไปไม่ทันรถจร้าาา.... ตกรถ.... สรุปเราก็เลยต้องแกร่วอยู่กทม.ในช่วงปีใหม่ 2012

เป็นอะไรที่เหี้ยมาก..... เฟลอย่างถึงที่สุด ก็เลยไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดสร้อยทองด้วยใจไม่สงบนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ

แล้วก็มาอีกทีช่วงเดือนตุลา คราวนี้จะไปสเปน...

แต่ด้วยความที่ช่วงนั้นเราสอบ เราเลยวุ่นวายมากกับมิดเทอมเวรนี่ ได้มาเตรียมเอกสารทำวีซ่าจริงๆก็วันที่ 7 แล้วเราเดินทางวันที่ 19

แต่ปรากฏว่าสถานทูตสเปนกำหนดไว้ว่าต้องมายื่นวีซ่าก่อนวันเดินทาง 15 วัน

เวรรรรรรร 15 วัน เราเพิ่งไปยื่นวันที่ 7 แล้วไป 19 มันไม่ครบกำหนด 15 วันตามที่สถานทูตเค้ากำหนด

เป็นไงล่ะ อี vsf global ไม่รับยื่นวีซ่ากุเลย....

อดไปเลย....สเปน.....


อันนี้เฟลลลลลลลลลลลลลลลลลล แบบ เฟลแดกกกกกก นรกแตกมาก ซึมไป 3 วัน หงอยไป 3 คืน เสียใจมาก
จำได้ว่าน้ำตารื้นเลยตอนสถานทูตบอกว่าไม่รับยื่นวีซ่า...

เราแบบ........จริงเหรอคะพี่........

ความรู้สึกตอนนั้นคือ เหมือนพื้นมันทรุดแล้วเราตกลงไปท่ามกลางหุบเหวลึกสีดำทะมึน... บนปากเหวมีหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารยิ้มให้แบบเสียใจด้วย และเสียงเค้าที่ดังสะท้อนก้องไปมา...

เอ่อ เราไม่รับยื่นนะครับ ไม่ผ่านเงื่อนไข............

จริงๆนะ รู้สึกแบบนั้นเลย..... เฟลมาก แบบมากจริงๆ

เราก็ไม่ได้ดูไง ว่ามันกำหนดไว้ 15 วันทำการ ซึ่งแบบ มึงจะบ้าปะวะ กุยื่นเชงเก้นมาเป็นร้อยรอบไม่เคยมีที่ไหนกำหนดเยอะเว่อวังขนาดนี้.......

จ่ะ ก็อดไปสเปนตามระเบียบ.........


และเหมือนพระราหูจะออกจริงๆ ช่วงเดือนธันวาอาเราก็มาชวนไปอิตาลี ซึ่งตอนที่เรารู้นะ เรารีบบบบบบไปทำวีซ่ามาก 555555555

ถึงกับเกือบโดดเรียนไปเพื่อเชงเก้น 555555555

แล้วความเหี้ยคือ ที่ทำวีซ่าอิตาลีกับสเปนอยู่ติดกันไง ห่างเพียงกระจกกั้น.......
เราแบบ.........สเปนนนนนนนนนนนนนนนนนนน.............. โคตรช้ำใจเลยค่ะที่รัก T T

แต่เราก็ได้เชงเก้นมาแบบเฉียดฉิวและทริปมิลานหนนี้ก็ได้ก่อกำเนิดขึ้นมา 55555555555

------------------------------------------------------------------------------

เราไปวันปีใหม่เลย ได้นั่งเฟิร์สคลาสไปด้วยอะ 55555555555

พี่สจ๊วตถามว่า อายุถึงยังคะ จะได้ดื่มแชมเปญฉลองเลย ฮ่าๆๆๆๆ ถึงอายุไม่ถึงก็ดื่มละค่ะพี่ งานนี้ แต่ความจริงคือเราอายุถึงแล้วนะ เกินมาหลายปีแล้วด้วย TwT

ก็เลยได้ดื่มแชมเปญฉลองปีใหม่บนเฟิร์สคลาส การบินไทยสวยๆ 55555555 สวยมากกกกกกกกก

มาถึงมิลานพักโรงแรม Hotel dei Cavalieri

ก็สะดวกดีนะ เพราะอยู่ใกล้ๆดูโอโมเลย เดินแปบเดียวก็ถึงดูโอโมละ มาวันแรกก็นี่เลย



(อันนี้เป็นวิวจากโรงแรมนะคะ)

4 องศา หนาวชิบหาย.... ก็ไปเดินๆในเมือง ว่าจะซื้อของเลย ปรากฏวันที่ 1 จ่ะ.........

ร้านปิดจร้าาาาาาาาาาา ปิดหมดเบยยยยยยยยยยยย.......... มีแต่ร้านเพิงๆที่ขายพวกชีส เนื้ออะไรทำนองนี้

ก็เดินไปซื้อเนื้อ กับซื้อซาลามี่มากิน อยู่แถวๆดูโอโมนั่นแหละค่ะ



ทีแรกนึกว่าวันที่ 1 ดูโอโมจะปิด แต่ไม่ปิด เย่.....แถมมีมิซซาด้วย ก็เลยเข้าไปเดินๆในดูโอโม

อ้อคราวนี้เราไปกัน 4 คน มีอาเรา 2 คน เราแล้วก็แม่ เรากับอาเนี่ยเคยมามิลานกันแล้ว (เพราะหนที่แล้วเรามากับอา) แต่แม่เราเพิ่งเคยมามิลานเป็นหนแรก

ดูโมโมเนี่ย...

มองยังไงก็สวยเนอะ

ขนาดเรามาเป็นรอบที่ 2 แล้วเรายังชอบเลย สวยมากจริงๆ ยิ่งตอนกลางคืนนะ เค้าจะเปิดไฟส่องดูโอโม ตัวโบสถ์ก็จะเป็นสีเหลืองๆนวลๆหน่อย แล้วก็ตัดกับท้องฟ้าสีดำสนิท

มันแบบ..................

บรรยายไม่ถูกจริงๆ มันสวยมาก........

เรามีความรู้สึกว่า ถึงอากาศจะใกล้ 0 มากขนาดหน แต่ให้เรายืนจ้องมองดูโอโมเฉยๆ เราสามารถจ้องได้เป็นชั่วโมงๆเลย คือมันสวยมาก... สวยจน... ไม่รู้จะบอกยังไง เราชอบมากจริงๆ

แต่ที่โชคไม่ดีเลยคือฝนตกค่ะ =_________________="""

ฝนตกทุกวัน ตลอดวันที่ไป.........

สว่างก็ช้า มืดก็เร็ว แบบเห้อ.... เป็นทริปฉุกละหุกจริงๆ ลมฟ้าอากาศไม่เป็นใจเลยสักนิดเดียว...

แล้วเราก็ไปเวนีซ (หนที่สอง) เราอยากแวะเวโรน่ามาก เพราะมันเป็นทางผ่าน แต่อาบอกว่า ถ้าฝนตกคงไม่แวะ...

ซึ่งฝนตกจริงๆ.......จะร้องไห้ แล้วมาเวนีซ กะมานั่งกอนโดล่า เพราะครั้งที่แล้วไม่ได้นั่ง แล้วไง...

ฝนตกไง กอนโดล่าไม่พายคร่าาาาาาาาาาา เงียบบบบบ สนิท..........

เฟลลลล....... มาเวนีซสองหน แต่ไม่ได้นั่งกอนโดล่า คิดดูเดะ หนหน้าเราจะต้องนั่งกอนโดล่าให้ได้ ฮือ...

คือที่ไปเวนีซอีกรอบเพราะแม่เราเพิ่งเคยมาอิตาลีเป็นครั้งแรก แล้วอาเราบอกว่า มามิลานก็ต้องไปเวนีซสิ...
ก็เลยพาแม่ไปเวนีซ...

ในใจดิฉันแบบ อยากไปเวโรน่าค่ะ อยากไปปิซ่าค่ะ..

ไม่ได้ไปซักเมือง ฝนตกชิบหายวายวอด ตกทำหอยอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็หนาววววว ร่มก็ต้องกาง มือก็แข็ง วู้ว - -*



เวนีซค่ะ นี่แบบรีบถ่ายมาก... เพราะฝนตก ยกแปบเดียวหน้าจอไอโฟนเปียกโชกเลย ดีนะมันไม่ช็อต = ="

เดินๆในเวนีซก็ไม่ฟิน เพราะฝนตก บรรยากาศก็ทึมๆ ไปซานมาร์โก้ตอนแรกก็อยากเข้าโบสถ์ แต่เห็นแถวแล้วอาเราก็ เออะ แถวยาวไป ไม่อยากเข้า ก็เลยเฟลอีกรอบ....เพราะมันต้องต่อแถวนอกโบสถ์ไง หนาวด้วย ฝนก็ตก ก็เลย เหอะๆ...

คราวนี้ไปเวนีซเราซื้อหน้ากากคาร์นิวัลมา 3 อัน ไหนๆก็มาแล้ว ซื้อๆหน่อย ว่าจะซื้อฝากคนโน้นคนนี้ แต่ไปๆมาๆ

อยากได้เอง 555555555555

สรุปก็เลยซื้อฝากแต่ตัวเอง (โคดแย่) คนอื่นก็เอาขนมนมเนยกันไปแล้วกันนะ 5555555

แล้วความเหี้ยคือ........

วันที่เรากลับ ฟ้าใส....แจ๋ว แดดแรงจ้า แบบ....พระเจ้าต้องการอะไร........

มองท้องฟ้านี่แทบไม่รู้เลยว่าสองสามวันที่ผ่านมานี่เอ็งฝนตก ฟ้าปิด.......

วันกลับนี่อากาศดี ฟ้าใสสสส มองออกไปเห็นเทือกเขา Alps........

จ่ะ.....ขอบคุณ........


เหมือนอิตาลีจะบอกเราว่า ก็มาใหม่คราวหน้าสิ จะได้ไปปิซ่าและเวโรน่า......

จ่ะะะะะะะะะะะะะ (คิดเอาเอง 5555555)


ก็....มาคราวนี้ก็เหมือนเป็นทริปฉุกละหุกแบบปลอบใจ เหมือนพาแม่มาเที่ยว ไอเราก็เที่ยวซ้ำเดิม แต่ไม่เป็นไร ได้เอาตัวออกนอกประเทศเราก็ดีใจแล้ว 5555555

กะเหรี่ยงไม่ค่อยตื่นเต้น เพราะกระเหรี่ยงเคยมาแล้ว 5555 เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป บวกกับฝนตกอีก หนาวมืออีก เลยหยิบกล้องออกมานับครั้งได้

เน้นไปที่ชอปปิ้งกับกินมากกว่า พิซซ่าเวนีซอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก จริงๆพิซซ่าอิตาลีที่ไหนก็อร่อยทั้งนั้น แป้งบางๆกรอบๆ ชีสๆ ไม่ต้องปรุงอะไรก็อร่อย

ผิดกับพิซซ่าไทย คืออะไร แป้งหนาเป็นเมตร ไม่ใส่ซอสนี่จืดสนิท นี่พิซซ่าปลอมปะวะ....

เอาจริงเรากินพิซซ่าของอิตาลีแล้วไม่ค่อยอยากกินพิซซ่าฮัทอะไรพวกนี้เลย มันง่อยมาก เทียบกันไม่ติดสักนิด ซึงความเหี้ยคือราคาไม่ได้แพงไปกว่ากันเท่าไหร่เลยไง.... แต่ของไทยคุณภาพ+มาตรฐาน+รสชาติเทียบไม่ได้เลยสักนิด - -*

เอาเถอะ........ มันต่างกัน....

-------------------------------------------------------


อยากกลับไปอีก ไม่อยากกลับไทยเลย เบื่อเบื่อเบื่อเมืองไทย T ^ T

อยากไปอยู่เมืองนอกนานๆจนรู้สึกว่าอยากกลับไทยบ้างอะ... ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

Comment

Comment:

Tweet

เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง (จริงๆ ๒ เล่มต่อเนื่อง) พระเอกกับนางเอกนัดกันล่วงหน้า ๑๐ ปีว่าจะไปเจอกันบนดูโอโม.. อยากเห็นของจริงมากๆ เลยค่ะ  

#1 By แอ้ on 2013-01-04 22:48